การลงทุน Forex 3D คืออะไร น่าเชื่อถือแค่ไหน และคุ้มค่าต่อการเลือกลงทุนด้วยหรือไม่

    ในการซื้อขายในตลาด Forex นั้น นักลงทุนจะทำได้โดยการที่ต้องมีโบรกเกอร์ประจำตัว ซึ่ง Forex 3D ก็เป็นโบรกเกอร์ที่เป็นที่รู้จักของนักลงทุน Forex หลายท่าน โบรกเกอร์เจ้านี้เป็นโบรกเกอร์ของบริษัท RMS Famelia.Co.Ltd ซึ่งมีเจ้าของคือ นายอภิรักษ์ โกฎธิ  ก่อนตั้งในปี 2561โดย Forex 3D นั้นมีชื่อเสียงกว้างขวางเนื่องจากทางเว็บไซต์มักจะให้คอมมิชชั่นกับสมาชิกเก่าๆที่แนะนำเว็บไซต์ให้กับคนอื่น ให้มาสมัครสมาชิก โดยคอมมิชชั่นนั้นจะมีมูลค่าถึง 5% ของกำไร อีกทั้งนักลงทุนก็จะได้รับกำไรในอัตราที่เยอะเมื่อเทียบกับการลงทุนกับโบรกเกอร์เจ้าอื่นๆ กล่าวคือเทรดเดอร์จะได้รับกำไรถึง 60 % ในขณะที่ Forex 3D จะได้รับอยู่ที่ 40% นอกเหนือจากนี้ยังให้คำสัญญากับโบรกเกอร์ที่จะคืนเงิน 100% กับนักเทรด ในส่วนที่นักเทรดจ่ายมาเป็นเงินประกัน ในกรณีที่มีการลงทุนผิดพลาด ด้วยข้อดีต่างๆ เหล่านี้ ทำให้โบรกเกอร์ Forex 3D เป็นที่นิยม มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นมากในระยะเวลาอันสั้น รวมถึงน่าเชื่อถือระดับที่คนดัง ดารา นักธุรกิจ และนักลงทุนชื่อดังพร้อมใจกันเลือกเว็บนี้ในการลงทุน

    การเทรดโดยใช้ Forex 3D

    ประเภทบัญชีและเงินลงทุน

    ก่อนอื่นเทรดเดอร์ควรเริ่มทำความรู้จักกับบัญชีประเภทต่างๆ ใน Forex 3D ก่อน โดยโบรกเกอร์นี้นั้นได้เสนอและจัดหมวดหมู่ของบัญชีให้กับเทรดเดอร์เพื่อใช้ในการเทรด เอาไว้อยู่ทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน นั่นคือ บัญชีทดลอง บัญชีแบบสแตนดาร์ด บัญชีแบบพรีเมียมและบัญชีแบบวีอพี Auto trade ที่ซึ่งต้องเทรดโดยใช้โปรแกรม MataTrader4 รายละเอียดข้างล่างนี้คือข้อมูลของจำนวนเงินที่ผู้เทรดควรจะมีเพื่อใช้ในการเริ่มเทรดในบัญชีชนิดต่าง

    บัญชีแบบทดลองใช้หรือที่เรียกว่าบัญชีเดโม

    สำหรับ Forex 3D นั้น นักลงทุนจำเป็นต้องมีเงิน 1,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯในการเริ่มเปิดบัญชีเดโมใช้ ซึ่งจัดว่าเป็นราคาที่แพงเมื่อเทียบกับเงินพื้นฐานทั่วไปในโบรกเกอร์รายอื่นๆเพราะนักลงทุนมีเพียง 5-200 เหรียญก็เพียงพอแล้วที่จะเริ่มลงทุน ในส่วนของเงินคู่ EURUSD ทาง Forex 3D ก็ได้กำหนดค่าสเปรดไว้ที่ Pips เมื่อเทียบกับเงินลงทุนหลายคนจึงให้ความเนว่าค่าสเปรดที่เว็บไซต์กำหนดนั้นไม่สมเหตุสมผล เพราะค่าจองมัดจำที่สูงมากแต่ค่าเสปรดกลับค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้หลายคนมองว่าการกำหนดราคาของเว็บนี้ค่อนข้างคลุมเครือ ส่วนเมื่อเปิดบัญชีเดโมขึ้นมาทดลองแล้วกลับพบว่าบัญชีทดลองนี้ไม่ทำงาน ชะงักกลางคัน ทำไม่สามารถทดลองใช้ได้ ขึ้นแต่เพียงว่าให้รอ

    บัญชีแบบสแตนดาร์ด

    นักเทรดที่เพิ่งตัดสินใจใช้ Forex 3D ควรเริ่มใช้บัญชีประเภทนี้ในการซื้อขาย โดยนักเทรดจำเป็นต้องมีเงินในการเปิดบัญชีอยู่ที่สามหมื่นสองพันบาทหรือราวๆ พันเหรียญฯ โดยบัญชีประเภทนี้นั้นกำหนด Lot ที่มีขนาด 0.1 ส่วนค่าสเปรดของ Pip นั้นอยู่ที่ 0.3 ในส่วนของอัตรา Leverage จะอยู่ที่หนึ่งจากหนึ่งพัน และบัญชีประเภทนี้ไม่คิดค่าคอมมิชชั่น รวมถึงมี lots จำนวน 500 ในวอลุ่มของคำสั่งซื้อขาย

    บัญชีแบบพรีเมียม เมื่อนักเทรดค่อนข้างพร้อมในการลงทุนสูงขึ้นอีกขั้น นักเทรดสามารถเลือกบัญชีอันนี้ในการลงทุน โดยนักเทรดจำเป็นต้องมีเงินในการเปิดบัญชีอยู่ที่สามแสนสองหมื่นบาทหรือราวๆ หนึ่งหมื่นเหรียญฯ โดยบัญชีประเภทนี้นั้นกำหนด Lot ที่มีขนาด 0.1 ส่วนค่าสเปรดของ Pip นั้นอยู่ที่ 0.2 ในส่วนของอัตรา Leverage จะอยู่ที่หนึ่งจากสองร้อย และบัญชีประเภทนี้ไม่คิดค่าคอมมิชชั่น รวมถึงมี lots จำนวน 500 ในวอลุ่มของคำสั่งซื้อขาย

    บัญชีแบบวีไอพี auto trade

    บัญชีประเภทนี้ถูกได้รับความสนใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่เทรดเดอร์ชาวไทย เนื่องจากบัญชีประเภทนี้จะทำการเทรดด้วยตนเอง กล่าวคือนักเทรดอาจไม่จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้เอง ให้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมก็จะได้รับเงินปันผลง่ายๆ เพียงแค่เปิดบัญชี บัญชีแบบวีไอพีนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท นั่นคือแบบ PAMM และ MAM โดยการจะเปิดบัญชีประเภทนี้นั้น นักเทรดจำเป็นต้องมีเงินในการเปิดบัญชีอยู่ที่หกหมื่นสี่พันบาทหรือราวๆ สองพันเหรียญฯ โดยบัญชีประเภทนี้นั้นจะได้รับ Leverage 1 แบบไม่จำกัด มีการแชร์และปันผลกำไร ไม่คิดค่าคอมมิชชั่น และบัญชีจะเทรดอัตโนมัติด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง

    การจ่ายเงินเพื่อการเปิดบัญชี สามารถจ่ายผ่านบัตรได้ทุกแบบ รวมถึงจ่ายที่ธนาคาร และช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น Paypal และ Qiwi เป็นต้น สามารถดูรายละเอียดรายการเลือกจ่ายประเภทอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์

    ข้อแนะนำก่อนเลือกลงทุนกับ Forex 3D และกับโบรกเกอร์รายอื่นๆ

    สังเกตความปลอดภัยเป็นหลัก

    เพื่อป้องกันการถูกหลอกให้ลงทุน ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งแรกที่เทรดเดอร์ควรนึกถึงเมื่อจะเริ่มลงทุนกับโบรกเกอร์ท่านใดก็ตาม หากมีระบบการจ่ายเงินที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่สมเหตุสมผล เทรดเดอร์ควรศึกษาตัวบริษัทโบรกเกอร์ให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ว่าบริษัทนั้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากแค่ไหน หากโบรกเกอร์มีความค่อนข้างระมัดระวังก็จะทำให้นักเทรดค่อนข้างมั่นใจได้ว่าทางโบรกเกอร์ก็จะดูแลเรื่องเงินของลูกค้าอย่างระมัดระวังด้วยเช่นกัน โดยที่การจะสังเกตว่าโบรกเกอร์หนึ่งๆนั้นปลอดภัยไหม ให้นักเทรดพยายามอ่านรีวิวจากนักเทรดท่านอื่นๆ ให้ดูว่าโบรกเกอร์เสนอข้อเสนอพิเศษใดๆบ้าง เช่นโบนัสและโปรโมชั่นต่างๆ และความปลอดภัยของโบรกเกอร์เจ้านั้นๆ ในการเปิดช่องทางในการฝากและการถอนเงินเข้าสู่ธนาคารไทยสำหรับเทรดเดอร์

    สังเกตความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์

    สิ่งที่ควรจะดูเป็นอันดับแรกเพื่อดูว่าโบรกเกอร์นั้นๆมีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน ก็คือการดูว่าบริษัทโบรกเกอร์ดังกล่าวได้ถูกจดทะเบียนหรือไม่ ระยะเวลาที่บริษัทโบรกเกอร์นั้นๆได้เริ่มต้นขึ้น ถูกเปิดมานานเท่าไหร่แล้ว ความสามารถในการรับมือเมื่อเทรดเดอร์มีปัญหา ว่าทางโบรกเกอร์มีความเป็นมืออาชีพหรือไม่ ซึ่งปัจจัยหลักสองสามอย่างหลักๆนี้ก็สามารถบอกได้แล้วว่าโบรกเกอร์ที่เรากำลังจะลงเงินด้วยมีความเชื่อถือมากแค่ไหน หากไม่น่าเชื่อถือ เทรดเดอร์จะได้เลี่ยงลงทุนกับเจ้านั้นๆ

    ให้ดูระบบฝากและถอนของโบรกเกอร์นั้นๆ

    หากระบบการฝากและการถอนเงินของโบรกเกอร์นั้นๆไม่เที่ยงตรง กล่าวคือมีการเข้าออกของเงินล่าช้า อาจเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าโบรกเกอร์นั้นๆไม่เหมาะที่จะได้รับการลงทุนด้วย เพราะโดยมากแล้วเทรดเดอร์ก็มักต้องการจะรับเงินในส่วนที่ตัวเองทำกำไรในทันที เพราะฉะนั้นหากระบบเงินเข้าออกของโบรกเกอร์มีปัญหาบ่อย เทรดเดอร์ควรพิจารณาโบรกเกอร์เจ้าอื่นๆที่มีระบบฝากและถอนที่เสถียร ไม่ล่าช้า มีความตรงไปตรงมาและสุจริต รวมถึงต้องมีตัวเลือกที่หลากหลายในการทำธุรกรรมทางการเงิน

    เลือกโบรกเกอร์ที่การกระทำสอดคล้องกับคำพูดและข้อมูล

    ให้เลือกลงทุนกับโบรกเกอร์ที่แจกแจงข้อมูลและนโยบายของบริษัทอย่างชัดเจน หลีกเลี่ยงการเลือกโบรกเกอร์ที่มักให้ข้อมูลที่ไม่มีข้อเท็จจริง หลักฐาน หรือให้คำมั่นสัญญาโดยที่ไม่มีลายลักษณ์อักษร หากเทรดเดอร์ต้องการที่จะระมัดระวังตัวเองไม่ให้ถูกหลอกลงทุน ก็ควรศึกษาหาข้อมูลและรับฟังข่าวสารต่างๆของโบรกเกอร์นั้นจากแหล่งข่าวหรือบุคคลที่สามที่น่าเชื่อ แล้วจึงนำไปประกอบการพิจารณาว่าตนเองควรลงทุนกับโบรกเกอร์เจ้านั้นหรือไม่

    ศึกษาเงื่อนไขสัญญาและข้อตกลงให้รอบคอบ

    เทรดเดอร์ควรศึกษาถึงข้อดีข้อเสียที่ปรากฏอยู่ในสัญญาอย่างละเอียดรอบคอบและอ่านให้ชัดเจนเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนกับโบรกเกอร์ดังกล่าว สอบถามถึงการรับมืออย่างเป็นรูปธรรมของทางโบรกเกอร์ในกรณีที่การซื้อขายมีปัญหา ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากเมื่อตัดสินใจจะเลือกใช้โบรกเกอร์หนึ่งๆแล้ว ควรอ่านสัญญาให้ละเอียด มิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ทางโบรกเกอร์อาจไม่สามารถช่วยเหลือหรือรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเทรด

    สุดท้ายแล้วให้ตัดสินใจโดยใช้ความต้องการของตนเองเป็นที่ตั้ง

    ไม่ว่าโบรกเกอร์ใดๆที่กำลังดังหรือที่กำลังอยู่ในกระแส ก็อาจจะไม่ดี เพราะฉะนั้นควรเลือกลงทุนโดยใช้ความถูกต้องเป็นหลัก ไม่ใช่กระแส หมั่นหาข้อมูลและศึกษาข้อดีข้อเสียของโบรกเกอร์ที่สนใจจะลงเงินด้วย แล้วจึงตัดสินใจ ไม่ควรเลือกเพียงเพราะคนอื่นเลือก หรือเพียงเพราะได้ยินจากคนอื่นมาว่าดี

    ทริค

    - เลือกตามงบที่มี

    - เลือกตามประเภทของบัญชีที่ตนสนใจ

    - เลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้

    - เลือกโบรเกอร์ที่สามารถลงทุนด้วยได้ในระยะยาวเพื่อผลประโยชน์ในอนาคต


    Comments

    • December 7, 8.00
      D. jhon shikon milon

      Is this article helpful to you?

      LikeReply