Dow Jones(DJIA) ดัชนีดาวโจนส์ คืออะไร? และสามารถลงทุนในดัชนีดาวโจนส์ได้อย่างไร?

    ดัชนีหุ้นในสหรัฐอเมริกานั้นมีหลากหลายตั้งแต่ S&P 500, Nasdaq Composite, Russell 3000 Index จนถึง Dow Jones อย่างไรก็ตามดัชนีเหล่านี้ต่างก็ทำหน้าที่เดียวกัน นั่นก็คือ รายงานความเคลื่อนไหวภาพรวมของหุ้นในบริษัทชั้นนำในประเทศอเมริกาที่อยู่ในตลาดต่าง ๆ บทความนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับ “ดัชนีดาวโจนส์(Dow Jones Industrial Average)” ว่าดัชนีดาวโจนส์ คือ อะไร, มีความสำคัญอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร?

    1. ดัชนีดาวโจนส์ คืออะไร?

    ดัชนีดาวโจนส์ คือ ระบบที่วัดความเคลื่อนไหวประจำวันของ 30 บริษัทอเมริกัน(ที่อยู่ในรายชื่อของ ตลาด Nasdaq หรือ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก)ที่อยู่ในตลาดหุ้น โดยเฉพาะบริษัทเหล่านี้ถือได้ว่าเป็น 30 บริษัทชั้นนำทางด้านเศรษฐกิจอเมริกัน หรือเรียกได้ว่าเป็นหุ้นมูลค่าสูง(Blue Chip stock) เช่น Coca-Cola(KO), Apple(AAPL), Intel(INTC), และ McDonald’s(MCD)

    ดัชนีดาวโจนส์ หรือ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เป็นระบบที่สร้างโดยบริษัทดาวโจนส์ ร่วมกับชาลส์ ดาว(Charles Dow) เพื่อชี้วัดถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของบริษัทฯ เพื่อดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ปัจจุบันดัชนีดาวโจนส์ คือ ดัชนีรวบรวมเฉพาะบริษัทชั้นนำที่ขับเคลื่อนประเทศอเมริกาตั้งแต่อุตสาหกรรมพื้นฐาน, เทคโนโลยี, ด้านสุขภาพ, ด้านการขายปลีก จนถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์

    2. การคำนวณดัชนีดาวโจนส์(Dow Jones Index)

    ในปัจจุบันการคำนวณดัชนีดาวโจนส์ใช้วิธีดัชนีหุ้นที่ถ่วงน้ำหนักด้วยราคาตลาด(Price-weighted Index) โดยที่บริษัทที่มีหุ้นราคาสูงจะมีน้ำหนักมากกว่าบริษัทที่มีหุ้นราคาต่ำ เมื่อหุ้นของบริษัทที่มีราคาสูงมีความเคลื่อนไหวในตลาดจะทำให้ส่งผลในวงกว้างต่อค่าดัชนีฯ สูตรการคำนวณมีดังต่อไปนี้

    “ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์(DJIA) = ผลรวมราคาหุ้นต่อหนึ่งหุ้นจำนวน 30 ตัวในดัชนีดาวโจนส์ / ค่าคงที่ดาว(Dow Divisor) 0.15198707565833”

    ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์(DJIA)  = 37,765.39 ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2021

    หมายเหตุ ค่าคงที่ดาว(Dow Divisor) ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของดัชนีดาวโจนส์ ซึ่งในปี 2021 มีจำนวน 0.15198707565833

    ตัวอย่าง หากบริษัท A มีราคาหุ้น $10, บริษัท B มีราคาหุ้น $20 และบริษัท C มีราคาหุ้น $50 บริษัท C จะเป็นบริษัทที่มีราคาหุ้นสูงสุดในบรรดาหุ้น 3 ตัว ซึ่งจะส่งผลให้ราคาหุ้นสูงสุดของบริษัท C มีถึง 50% ของบรรดาหุ้นทั้งหมดในดัชนีฯ หากราคาหุ้นของบริษัท C สูงขึ้นกว่า $50 หุ้นตัวนี้จะส่งผลต่อราคารวมทั้งหมดของดัชนีฯ

    3. บริษัทชั้นนำ 30 บริษัทที่อยู่ในดัชนีดาวโจนส์


    ข้อมูลจาก CNBC ประจำเดือนมิถุนายน 2021 ในตารางเบื้องต้นเป็นตัวอย่างหุ้น 15 บริษัทที่มีมูลค่าสูงในดัชนีดาวโจนส์ ดังนี้

    ตัวย่อ

    บริษัท

    ราคา

    1. UHN

    UnitedHealth Group Inc

    $405.64

    2. GS

    Goldman Sachs Group Inc

    $391.45

    3. HD

    Home Depot Inc

    $311.01

    4. MSFT

    Microsoft Corp

    $250.79

    5. BA

    Boeing Co

    $249.92

    6. CAT

    Caterpillar Inc

    $244.02

    7. CRM

    Salesforce.com Inc

    $237.48

    8. AMGN

    Amgen Inc

    $236.85

    9. MCD

    McDonald’s Corp

    $233.38

    10. V

    Visa Inc

    $230.14

    11. HON

    Honeywell International Inc

    $230.05

    12. MMM

    3M Co

    $206.05

    13. DIS

    Walt Disney Co

    $177.18

    14. JPM

    JPMorgan Chase & Co

    $166.44

    15. JNJ

    Johnson & Johnson

    $165.97

    นอกเหนือจากนี้ยังมีบริษัท American Express, Travelers Companies, International Business Machines Corp, Walmart, Procter & Gamble, Nike, Apple, Chevron, Merck & Co, Dow Inc, Intel, Verizon Communications, Coca-Cola, Walgreens Boots Alliance และ Cisco Systems ซึ่งบริษัทเหล่านี้อยู่ในภาคอุตสาหกรรมน้ำมัน, อาหารและเครื่องดื่ม, เทคโนโลยี, ธุรกิจขายส่ง, อุปกรณ์กีฬา, ธุรกรรมการเงิน, การแพทย์, โทรคมนาคม และอื่น ๆ

    ดัชนีดาวโจนส์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่ชัดถึงการเข้าสู่อันดับดัชนีดาวโจนส์ อย่างไรก็ตามบริษัทที่จะเข้าในดัชนีฯ จะต้องเป็นบริษัทที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยยะสำคัญในสหรัฐอเมริกา, จะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อของ NASDAQ หรือตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE) และเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม

    4. การลงทุนในดัชนีดาวโจนส์คุ้มค่าหรือไม่? และซื้อได้อย่างไรในประเทศไทย?


    4.1 การลงทุนในดัชนีดาวโจนส์

    อีกนัยยะนึง ดัชนีดาวโจนส์ คือ ดัชนีสะท้อนภาพรวมของความเคลื่อนไหวในเศรษฐกิจและความมั่งคั่งของสหรัฐอเมริกาที่มีความสำคัญอย่างมากตลอดระยะเวลากว่า 125 ปี นักลงทุนสามารถลงทุนโดยยึดดัชนีดาวโจนส์เป็นหลักได้ เพราะบริษัทต่าง ๆ กับดัชนีฯ อยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน อาทิ Coca-Cola ตั้งแต่ปี 1987, Procter & Gamble ตั้งแต่ปี 1932, และ 3M ตั้งแต่ปี 1976 เป็นต้น การลงทุนซื้อหุ้นในพอร์ตหุ้นตามดัชนีดาวโจนส์เป็นสิ่งที่น่าสนใจ คุ้มค่าในการลงทุน และเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว หากนักลงทุนมีเงินลงทุนสูง ในทางตรงกันข้ามหากนักลงทุนเน้นการทำกำไรระยะสั้น และมีงบในการลงทุนจำกัด อาจจะต้องมองหาการลงทุนรูปแบบอื่น

    4.2 ลงทุนในดัชนีดาวโจนส์ในประเทศไทย

    อันดับแรก นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนว่า ดัชนีดาวโจนส์ คือ ดัชนีชี้วัดมูลค่าและประสิทธิภาพของหุ้นที่ถือว่ามีผลงานที่ดีในอเมริกา ดังนั้น การลงทุนในดัชนีดาวโจนส์ในประเทศไทย คือ การเลือกซื้อหุ้นต่าง ๆ ที่อยู่ในดัชนีฯ, ตราสารอนุพันธ์ที่ใช้ดัชนีฯเป็นดัชนีอ้างอิง, กองทุนดาวโจนส์ หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง(CFD) ของหุ้นในดัชนีฯ

    นักลงทุนสามารถลงทุนกับโบรกเกอร์ต่าง ๆ ที่ให้บริการการลงทุนหุ้นในต่างประเทศโดยเฉพาะกองทุน SPDR Dow Jones Industrial Average ETF Trust ที่ลงทุนเฉพาะหุ้น Dow Jones 30 เช่น บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ โดยนักลงทุนสามารถซื้อผ่านกองทุน SCBDJI, บริษัททิสโก้ โดยนักลงทุนซื้อผ่านกองทุน Tisco US Equity Trigger 8%, บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง และอื่น

    5. ลงทุนในดัชนีดาวโจนส์ได้อย่างไร?



    ตามที่อธิบายข้างต้นไปแล้ว นักลงทุนไม่สามารถซื้อดัชนีดาวโจนส์ได้ เพราะดัชนีไม่ใช่บริษัท แต่เป็นดัชนีรายงานอันดับผลหุ้น Blue ship เท่านั้น ดังนั้นนักลงทุนสามารถลงทุนตามดัชนีดาวโจนส์ได้ดังต่อไปนี้

    5.1 ประเภทของการลงทุนตามดัชนีดาวโจนส์

    5.1.1 หุ้น

    เมื่อนักลงทุนมีพอร์ตหุ้นเป็นของตัวเองแล้ว นักลงทุนสามารถเข้าซื้อหุ้นต่าง ๆ ตามที่ปรากฏอยู่ในดัชนีฯ วิธีนี้ก็เป็นอีกนึงวิธีที่นักลงทุนที่มีเงินทุนหนา ต้องการสร้างพอร์ตหุ้นอย่างมั่นคง สำหรับนักลงทุนรายเล็กที่มีงบประมาณจำกัด อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะต้องใช้เงินทุนสูง เช่น การซื้อหุ้น Microsoft 1 หุ้น จะต้องใช้เงิน $250.79 หรือ หุ้น United Health 1 หุ้นจะมีราคาสูงถึง $405.64 อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินอีกด้วย

    5.1.2 กองทุนรวม

    สำหรับนักลงทุนรายเล็กที่มีงบประมาณจำกัด การเริ่มซื้อกองทุนรวมเป็นวิธีที่ใช้เงินไม่สูงนัก หลักการของกองทุนรวมก็คือ นักลงทุนลงเงินเข้าตนเองไปในกองทุนร่วมกับนักลงทุนอื่น ๆ จากนั้นผู้จัดการกองทุนก็จะนำเงินนี้ไปลงทุนต่อ ดังนั้น นักลงทุนสามารถเลือกกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนหุ้นที่อยู่ในดัชนีดาวโจนส์ เช่น กองทุน Rydex Dow Jones Industrial Average Fund(RYDHX)

    5.1.3 กองทุนรวมดัชนี(ETF)

    หลักการเดียวกันกับกองทุน นักลงทุนสามารถลงทุนหุ้นในดัชนีฯได้ในคราเดียวกัน ในกองทุนรวม SPDR Dow Jones Industrial Average ETF(DIA) จะลงทุนในหุ้นอ้างอิงตามดัชนีดาวโจนส์ กองทุนรวมดัชนีจะรวบรวมสินทรัพย์ตั้งแต่ ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ จนถึงหุ้นและสินทรัพย์โภคภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนสามารถเลือกกระจายความเสี่ยงในพอร์ตหุ้นตามความเหมาะสมได้

    5.2 วิธีการลงทุนตามดัชนีดาวโจนส์

    ขั้นตอนแรก นักลงทุนควรพิจารณาความสามารถและเงินทุนในการลงทุนเสียก่อน เพื่อพิจารณาว่าควรจะสร้างพอร์ตหุ้นอย่างไร ซื้อหุ้น, ซื้อกองทุนรวม หรือกองทุน ETF ตามที่ได้อธิบายไปแล้วในข้อ 5.1 อย่างไรก็ตามการลงทุนในหุ้น Blue Ship ควรลงทุนในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

    ขั้นตอนที่สอง สำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาในสหรัฐอเมริกา นักลงทุนสามารถเข้าซื้อหุ้นโดยตรงกับบริษัทที่สนใจจะเข้าซื้อหุ้น สำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย นักลงทุนสามารถซื้อหุ้น, กองทุนรวม และกองทุน ETF ผ่านโบรกเกอร์ชั้นนำที่ให้บริการในการซื้อหุ้นต่างประเทศ และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมประกอบการตัดสินใจ

    ขั้นตอนที่สาม นักลงทุนควรศึกษาวิธีการเทรดเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด เช่น หุ้น ผู้ถือหุ้นสามารถซื้อขายได้หลายรายการตลอดวัน ณ เวลาเปิดทำการของตลาดหุ้นในนิวยอร์ก, กองทุนรวม นักลงทุนสามารถเทรดได้หนึ่งครั้งต่อวัน หลังจากที่ตลาดหุ้นฯได้ทำการปิดตัวแล้วเท่านั้น และกองทุน ETF นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ตลอดวันเหมือนการซื้อขายหุ้น

    แม้ว่าหุ้นในดัชนีดาวโจนส์ คือ ดัชนีที่การสะท้อนความมั่งคง, ศักยภาพในการเติบโต และควรค่าเหมาะสมแก่การลงทุน นักลงทุนควรทำการศึกษาให้รอบคอบก่อนการลงทุนทุกครั้ง และควรคำนึงเสมอว่าการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง นักลงทุนอาจจะเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนได้


    Comments

    • December 7, 8.00
      D. jhon shikon milon

      Is this article helpful to you?

      LikeReply